TheTham
จิตวิทยา

ได้แสงแดดจ้าวันละไม่ถึง 42 นาที สัมพันธ์กับความเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น งานติดตามคน 87,577 คนนาน 8 ปี

คนที่ได้รับแสงกลางวันเฉลี่ยเกิน 1,000 ลักซ์ เสี่ยงสมองเสื่อมน้อยลง 16% ส่วนแสงตอนกลางคืนไม่พบความเกี่ยวข้อง แต่งานนี้ยังบอกไม่ได้ว่าแดดป้องกันสมองเสื่อม

โดย กองบรรณาธิการ TheTham อ่าน 3 นาที
ภาพประกอบ: ผู้สูงอายุเดินเล่นใต้แสงแดดยามเช้าในสวน สวมนาฬิกาข้อมือ
ภาพประกอบโดย TheTham (สร้างด้วย AI)

สรุปสั้น

  • นักวิจัยจีนวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใหญ่ 87,577 คนที่สวมอุปกรณ์ข้อมือวัดแสง แล้วติดตามต่อเฉลี่ย 8.1 ปี พบผู้ป่วยสมองเสื่อม 741 คน
  • คนที่ได้แสงกลางวันเฉลี่ยเกิน 1,000 ลักซ์ (ประมาณข้างนอกตอนฟ้าครึ้ม) เสี่ยงสมองเสื่อมต่ำกว่า 16% และยิ่งอยู่ในแสงจ้ากว่า 5,000 ลักซ์นานขึ้น ความเสี่ยงยิ่งลดลง
  • เป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล คนที่ออกไปข้างนอกได้มากอาจแข็งแรงกว่าอยู่แล้ว

แสงกลางวันอาจเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อมที่หลายคนมองข้าม งานวิจัยในวารสาร General Psychiatry พบว่า คนที่ได้รับแสงจ้ายามกลางวันน้อยกว่าวันละ 42 นาที มีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมสูงกว่า ขณะที่คนที่อยู่ในแสงสว่างมากพอเสี่ยงน้อยกว่าราว 16% อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็นงานสังเกต ยังสรุปไม่ได้ว่าการออกไปรับแดดช่วยป้องกันโรค

วัดแสงจริงด้วยอุปกรณ์ข้อมือ

งานวิจัยเรื่องแสงกับสุขภาพส่วนใหญ่ใช้วิธีถามคนว่าออกไปข้างนอกบ่อยแค่ไหน ซึ่งจำผิดได้ง่าย งานนี้ต่างออกไป ทีมของหงเหลียง เฝิง (Hongliang Feng) จากมหาวิทยาลัยการแพทย์กว่างโจว วิเคราะห์ข้อมูลผู้ใหญ่ 87,577 คนที่สวมอุปกรณ์ข้อมือซึ่งวัดทั้งการเคลื่อนไหวและความสว่างของแสงรอบตัว ทั้งกลางวันและกลางคืน

หลังติดตามเฉลี่ย 8.1 ปี มีผู้ป่วยสมองเสื่อมรายใหม่ 741 คน

ผลที่พบ

  • คนที่ได้แสงกลางวันเฉลี่ยเกิน 1,000 ลักซ์ มีความเสี่ยงสมองเสื่อมต่ำกว่าราว 16% เพื่อเทียบให้เห็นภาพ ไฟในออฟฟิศทั่วไปสว่างราว 300–500 ลักซ์ ส่วนข้างนอกตอนฟ้าครึ้มสว่างราว 1,000 ลักซ์ขึ้นไป และแดดจ้าสว่างหลายหมื่นลักซ์
  • การอยู่ในแสงที่จ้ากว่า 5,000 ลักซ์ นานขึ้น สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงอีก
  • คนที่ได้แสงจ้าน้อยกว่า 0.7 ชั่วโมง (42 นาที) ต่อวัน ถูกพบว่าเป็นตัวทำนายสมองเสื่อมที่ดีกว่าปัจจัยเสี่ยงที่รู้จักกันอยู่แล้ว 6 ตัว (ข่าวเผยแพร่ไม่ได้ระบุว่าปัจจัยใดบ้าง)
  • แสงตอนกลางคืน ไม่พบความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ

"แสงกลางวันอาจเป็นตัวบ่งชี้ใหม่ของความเสี่ยงสมองเสื่อม" เฝิงกล่าว

ทำไมแสงถึงเกี่ยวกับสมอง

ข่าวเผยแพร่ไม่ได้อธิบายกลไก แต่นักวิทยาศาสตร์รู้มานานว่าแสงกลางวันเป็นสัญญาณหลักที่ตั้งนาฬิกาชีวภาพ ซึ่งคุมการนอนและการหลั่งฮอร์โมนหลายตัว และการนอนที่ดีมีความสำคัญต่อการเก็บกวาดของเสียในสมอง นี่เป็นความรู้ทั่วไปที่ช่วยให้เข้าใจผล ไม่ใช่สิ่งที่งานนี้พิสูจน์

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • เป็นงานสังเกตแบบติดตามไปข้างหน้า บอกได้แค่ความสัมพันธ์ ผู้วิจัยเองก็ย้ำว่ายังไม่ได้แสดงว่าแสงช่วยป้องกันสมองเสื่อม
  • คนที่ได้แสงน้อยอาจเป็นคนที่ป่วย เดินไม่สะดวก หรือเริ่มมีอาการเล็ก ๆ ก่อนวินิจฉัย จึงออกไปข้างนอกน้อยอยู่แล้ว (ที่เรียกว่าเหตุย้อนกลับ)
  • อุปกรณ์ข้อมืออาจถูกแขนเสื้อบัง และวัดได้เฉพาะช่วงที่สวม
  • ข่าวเผยแพร่ไม่ได้บอกรายละเอียดกลุ่มตัวอย่าง เช่น ประเทศและช่วงอายุ จึงยังไม่รู้ว่าใช้กับคนในเขตร้อนอย่างไทยได้ตรงแค่ไหน

มองจากชีวิตคนไทย

ประเทศไทยแดดแรงทั้งปี แต่คนเมืองจำนวนมากใช้ชีวิตกลางวันในออฟฟิศ ห้าง และรถติดฟิล์มกรองแสง ผู้สูงอายุหลายคนก็อยู่แต่ในบ้านเพราะร้อนหรือกลัวหกล้ม ถ้าผลนี้ได้รับการยืนยันในงานต่อ ๆ ไป การเดินช่วงเช้าก่อนแดดแรง หรือนั่งทำงานริมหน้าต่างก็อาจเป็นนิสัยที่คุ้มค่า ทั้งนี้ควรระวังแดดจัดช่วงเที่ยงและปกป้องผิวด้วย

ถ้าสนใจเรื่องสมองกับอาหารเสริม อ่านต่อได้ที่ กินน้ำมันปลาทุกวันนาน 2 ปี ความจำไม่ดีขึ้น

บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีอาการหรือความกังวลเรื่องสุขภาพ ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หากรู้สึกไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา

  1. ScienceDaily: Less than 42 minutes of bright daylight linked to higher dementia risk (ข่าวจาก Wiley, 29 ต.ค. 2026)
  2. Zheng, N. et al. Associations between wearable-device-measured daytime and nighttime light exposures and dementia risk: A prospective cohort study. General Psychiatry 2026; 39(3). doi:10.1002/gps3.70039
  • สมอง
  • สมองเสื่อม
  • สุขภาพ
  • การนอน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

จิตวิทยา

กินน้ำมันปลาทุกวันนาน 2 ปี ความจำไม่ดีขึ้น งานวิจัยใหม่ไม่หนุนให้ใช้กันอัลไซเมอร์

DHA เดินทางถึงสมองจริงและเพิ่มขึ้น 17% แต่ผลทดสอบความจำและขนาดสมองส่วนความจำไม่ต่างจากกลุ่มที่กินยาหลอก

จิตวิทยา

"แอนไซตี้" ที่พูดกันทุกวัน กับโรควิตกกังวลจริง ต่างกันตรงไหน และเมื่อไหร่ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญ

ความกังวลก่อนพรีเซนต์งานเป็นเรื่องปกติและมีประโยชน์ แต่ถ้ามันไม่หายไปหลังเรื่องจบ กินเวลาเป็นเดือน และเริ่มบีบชีวิตให้แคบลง นั่นอาจเป็นโรคที่รักษาได้ผลดี

จิตวิทยา

ทำไมคนเราอยากลงโทษ งานวิจัยชนเผ่าในอินโดนีเซียกับคนอเมริกันพบ ใจเราอยากได้ทั้ง "ชดใช้" และ "เข็ดหลาบ"

ทั้งชาวเมนตาไวในป่าฝนอินโดนีเซียและชาวอเมริกันต้องการให้คนผิดคืนของที่เสียหาย แล้วจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อไม่ให้ทำซ้ำ ความโกรธของเราคำนวณสองอย่างนี้พร้อมกัน

จิตวิทยา

แทงบอลถี่ ยิ่งมั่นใจเกินจริง งานวิจัยอธิบาย "วงจรอันตราย" ของการพนันกีฬาในแอป และทำไมคนโทษตัวเองถึงไม่ขอความช่วยเหลือ

การเดิมพันถี่ ๆ ในแอปปลุกความอยากเอาชนะ แล้วความอยากชนะทำให้มั่นใจในฝีมือทายผลเกินจริง เมื่อเสียหนัก คนที่โทษดวงกลับยอมขอความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โทษตัวเอง

ล่าสุด

แนวคิด

"นี่ไม่ใช่แค่คอร์ส แต่คือการเดินทาง" ทำไม AI ชอบเขียนแบบนี้ งานวิจัยชี้เป็นวาทศิลป์อายุ 2,000 ปี

ประโยคปฏิเสธแล้วยกระดับที่เจอบ่อยในข้อความจาก AI มีชื่อเรียกมาตั้งแต่ยุคซิเซโร งานวิจัยใหม่พบว่าโมเดลใช้มากเกินในสุนทรพจน์ แต่ใช้น้อยเกินในการตอบคำถามแบบสบาย ๆ

จิตวิทยา

วันไหนงานหนัก วันนั้นรักจางลง งานวิจัยติดตามคู่รัก 100 คู่ 14 วัน พบความเครียดนอกบ้านซึมเข้าความรัก

วันที่เจอเรื่องกวนใจนอกความสัมพันธ์มากกว่าปกติ คนเรารู้สึกรัก หลงใหล และใกล้ชิดกับคนรักน้อยลงในคืนนั้น ข่าวดีคือผลมีขนาดเล็กและผ่านไปได้

จิตวิทยา

ลูกตัดขาดพ่อแม่ เกี่ยวกับนิสัยไหม งานวิจัยพบพ่อแม่ที่ "กระตือรือร้น" สูง เสี่ยงถูกลูกตัดขาดมากกว่า

ในครอบครัวที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดอยู่แล้ว พ่อแม่ที่เป็นคนเปิดเผยและกระตือรือร้นสูงมีโอกาสถูกลูกตัดขาดมากกว่า ส่วนลูกที่ใจเปิดกว้างมีโอกาสตัดขาดน้อยกว่า

จิตวิทยา

แผ่เมตตาออนไลน์ 4 สัปดาห์ ไม่ช่วยลดปวดมากกว่าฝึกคลายกล้ามเนื้อ งานทดลองจาก Georgetown พบผลที่ไม่คาด

ทีมวิจัยหวังว่าเมตตาภาวนาจะทำให้คนรู้สึกมีเพื่อนมากขึ้นและทนความเจ็บปวดได้นานขึ้น แต่กลุ่มที่ฝึกคลายกล้ามเนื้อกลับรู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้มากกว่า

แนวคิด

ความเศร้าที่ไม่มีใครตาย ทำไมเลิกกับแฟน เพื่อนหาย หรือพ่อแม่เปลี่ยนไป ถึงเจ็บเหมือนสูญเสีย

นักปรัชญาจากมหาวิทยาลัยออสโลเสนอว่า ความโศกคือ "ความรักที่ไม่มีที่ไป" และความตายเป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุของมัน