TheTham
จิตวิทยา

แผ่เมตตาออนไลน์ 4 สัปดาห์ ไม่ช่วยลดปวดมากกว่าฝึกคลายกล้ามเนื้อ งานทดลองจาก Georgetown พบผลที่ไม่คาด

ทีมวิจัยหวังว่าเมตตาภาวนาจะทำให้คนรู้สึกมีเพื่อนมากขึ้นและทนความเจ็บปวดได้นานขึ้น แต่กลุ่มที่ฝึกคลายกล้ามเนื้อกลับรู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้มากกว่า

โดย กองบรรณาธิการ TheTham อ่าน 4 นาที
ภาพประกอบ: คนนั่งสมาธิ มีวงแสงอบอุ่นแผ่ออกไปหาคนรอบตัว เทียบกับอีกคนนอนผ่อนคลายบนเสื่อ
ภาพประกอบโดย TheTham (สร้างด้วย AI)

สรุปสั้น

  • อาสาสมัคร 69 คนที่ไม่เคยนั่งสมาธิ ถูกสุ่มให้ฟังเสียงนำแผ่เมตตา หรือเสียงนำคลายกล้ามเนื้อ วันละ 15 นาที 6 วันต่อสัปดาห์ นาน 4 สัปดาห์
  • แผ่เมตตาไม่ได้ช่วยเรื่องความเจ็บปวดหรือความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่นมากกว่า กลุ่มคลายกล้ามเนื้อกลับรู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • การทดลองทำช่วงโควิดและไม่มีกลุ่มที่ไม่ทำอะไรเลย จึงบอกไม่ได้ว่าการฝึกทั้งสองแบบช่วยหรือไม่ช่วยเมื่อเทียบกับไม่ฝึก

คนไทยคุ้นกับการแผ่เมตตามาตั้งแต่เด็ก ในโลกตะวันตก การฝึกแบบนี้เรียกว่า loving-kindness meditation และเคยมีงานวิจัยเล็ก ๆ บอกว่าช่วยลดความเจ็บปวดได้ แต่การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ตีพิมพ์ใน PLOS One พบว่า การฝึกแผ่เมตตาออนไลน์ 4 สัปดาห์ไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดหรือเพิ่มความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คนมากกว่าการฝึกคลายกล้ามเนื้อ

สมมติฐาน: ความผูกพันคือยาแก้ปวด

แนวคิดตั้งต้นน่าสนใจ งานวิจัยทางชีววิทยาพบว่าการมีปฏิสัมพันธ์อบอุ่นกับคนอื่นกระตุ้นสารลดปวดตามธรรมชาติในสมอง และงานปี 2016 พบว่าคนที่มีเครือข่ายเพื่อนกว้างทนท่านั่งพิงผนังได้นานกว่า

แคเธอรีน โอคอนเนลล์ (Katherine O'Connell) ผู้วิจัยหลัก บอกว่าเธอสงสัยว่า "ความผูกพันทางสังคมอาจทำงานคล้ายยาแก้ปวดในสมอง" ทีมจึงตั้งใจทดสอบว่า ถ้าแผ่เมตตาเพิ่มความรู้สึกผูกพัน จะทำให้ทนความเจ็บปวดได้มากขึ้นไหม

การทดลอง

ทีมวิจัยรับอาสาสมัครชาวอเมริกันอายุ 18–55 ปีที่สุขภาพดี ไม่เคยฝึกสมาธิ ไม่มีอาการปวดเรื้อรัง เหลือผู้อยู่จนจบ 69 คน การทดลองทำช่วงธันวาคม 2020 ถึงกรกฎาคม 2021 ช่วงโควิด จึงทดสอบผ่านวิดีโอคอลทั้งหมด และลงทะเบียนแผนการวิเคราะห์ไว้ล่วงหน้า

ความเจ็บปวดวัดด้วย ท่านั่งพิงผนัง (wall sit) หลับตา พูดว่า "เจ็บ" เมื่อเริ่มปวด และพูดว่า "หยุด" เมื่อทนไม่ไหว

จากนั้นสุ่มแบ่งเป็นสองกลุ่ม ฟังเสียงนำวันละ 15 นาที 6 วันต่อสัปดาห์ นาน 4 สัปดาห์

  • กลุ่มแผ่เมตตา 34 คน ฟังเสียงนำของชารอน ซอลซ์เบิร์ก (Sharon Salzberg) ครูสมาธิชื่อดัง แผ่ความปรารถนาดีให้ปลอดภัย มีความสุข สุขภาพดี และสงบ เริ่มจากตัวเอง ไปผู้มีพระคุณ คนกลาง ๆ เพื่อน คนที่มีเรื่องกัน จนถึงสรรพสัตว์
  • กลุ่มคลายกล้ามเนื้อ 35 คน ฟังเสียงนำให้เกร็งแล้วคลายกล้ามเนื้อทีละส่วน โดยไม่มีเนื้อหาเรื่องผู้คน

ทั้งสองกลุ่มฝึกครบเฉลี่ยราว 88% ของครั้งทั้งหมด

ผลที่ไม่เป็นไปตามคาด

  • ความรู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้ เพิ่มเล็กน้อยในกลุ่มคลายกล้ามเนื้อ (จาก 28.4 เป็น 29.2 จาก 36) แต่ลดลงเล็กน้อยในกลุ่มแผ่เมตตา (จาก 28.5 เป็น 27.4) ความต่างนี้มีนัยสำคัญทางสถิติ
  • ความเหงา ลดลงในกลุ่มคลายกล้ามเนื้อ แต่ไม่เปลี่ยนในกลุ่มแผ่เมตตา ความต่างเกือบถึงนัยสำคัญ
  • ความเจ็บปวด ไม่มีกลุ่มไหนดีกว่าอีกกลุ่ม กลุ่มคลายกล้ามเนื้อนั่งพิงผนังได้นานขึ้นราว 8 วินาที แต่ความต่างระหว่างกลุ่มไม่มีนัยสำคัญ

ส่วนที่ยังเข้ากับสมมติฐานเดิมคือ คนที่รู้สึกว่ามีคนพึ่งพาได้มากขึ้นระหว่างการทดลอง ไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหน มีแนวโน้มทนท่านั่งพิงผนังได้นานขึ้นด้วย แต่ความสัมพันธ์นี้อ่อน และเป็นการวิเคราะห์สำรวจ

ทำไมเมตตาถึงแพ้

ผู้วิจัยเสนอคำอธิบายหลายข้อ ข้อแรก งานเก่าที่บอกว่าแผ่เมตตาได้ผลหลายชิ้นไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบที่ทำกิจกรรมจริง ผู้เข้าร่วมจึงอาจรู้สึกดีขึ้นเพราะคาดหวัง งานทบทวนปี 2018 ก็พบว่าผลด้านความเห็นอกเห็นใจมักปรากฏเฉพาะในงานที่เทียบกับกลุ่มรอคิว หรือในงานที่ครูสอนสมาธิเป็นผู้เขียนร่วม

ข้อสอง โอคอนเนลล์ตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงล็อกดาวน์ การแผ่เมตตาอาจปลุกความอยากเจอผู้คนที่ทำจริงไม่ได้ ส่วนการคลายกล้ามเนื้ออาจเป็นช่วงพักจากความเครียดของโรคระบาด ซึ่งผู้เข้าร่วมชอบมาก

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ไม่มีกลุ่มที่ไม่ฝึกอะไรเลย จึงเป็นไปได้ว่าทั้งสองแบบช่วยพอ ๆ กันเมื่อเทียบกับการไม่ทำอะไร
  • กลุ่มตัวอย่างเล็ก อายุน้อย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ไม่เคยฝึกสมาธิ และทำช่วงโควิด
  • ท่านั่งพิงผนังวัดความปวดกล้ามเนื้อแบบเดียว และขึ้นกับแรงขาด้วย
  • ฝึกเพียง 4 สัปดาห์ผ่านเสียงบันทึก ต่างจากการฝึกจริงจังหลายเดือน ซึ่งงานใหญ่ในผู้สูงอายุที่ฝึกนาน 9 เดือนเคยพบว่าความรู้สึกเชื่อมโยงเพิ่มขึ้น

มองจากชาวพุทธไทย

ผลนี้ไม่ได้บอกว่าการแผ่เมตตาไร้ค่า ในพุทธศาสนา เมตตาไม่ได้ถูกสอนเป็นยาแก้ปวดหรือเครื่องมือหาเพื่อน แต่เป็นการฝึกใจให้ปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน การวัดด้วยวินาทีที่นั่งพิงผนังจึงอาจจับได้แค่ส่วนเสี้ยวของสิ่งที่ผู้ปฏิบัติตั้งใจ

สิ่งที่คนไทยได้จากงานนี้คือการระวังคำโฆษณาเกินจริงว่า "สมาธิรักษาได้ทุกอย่าง" และข่าวดีเล็ก ๆ คือการคลายกล้ามเนื้อทีละส่วนเป็นทักษะฟรีที่ฝึกได้เองที่บ้าน

บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีอาการหรือความกังวลเรื่องสุขภาพ ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หากรู้สึกไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา

  1. PsyPost: Loving-kindness meditation fails to beat muscle relaxation for pain or social well-being in online trial (5 พ.ย. 2026)
  2. Young, O., O'Connell, K., Nero, N., Somers, M. C., Freeburg, P. A., Dutton, M. A. & Marsh, A. A. Assessing the effect of Loving-Kindness Meditation on pain and social well-being using a randomized controlled trial design. PLOS One
  • สมาธิ
  • พุทธปรัชญา
  • ความเจ็บปวด
  • สุขภาพจิต
  • งานวิจัยทางคลินิก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

จิตวิทยา

แทงบอลถี่ ยิ่งมั่นใจเกินจริง งานวิจัยอธิบาย "วงจรอันตราย" ของการพนันกีฬาในแอป และทำไมคนโทษตัวเองถึงไม่ขอความช่วยเหลือ

การเดิมพันถี่ ๆ ในแอปปลุกความอยากเอาชนะ แล้วความอยากชนะทำให้มั่นใจในฝีมือทายผลเกินจริง เมื่อเสียหนัก คนที่โทษดวงกลับยอมขอความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โทษตัวเอง

จิตวิทยา

วันไหนงานหนัก วันนั้นรักจางลง งานวิจัยติดตามคู่รัก 100 คู่ 14 วัน พบความเครียดนอกบ้านซึมเข้าความรัก

วันที่เจอเรื่องกวนใจนอกความสัมพันธ์มากกว่าปกติ คนเรารู้สึกรัก หลงใหล และใกล้ชิดกับคนรักน้อยลงในคืนนั้น ข่าวดีคือผลมีขนาดเล็กและผ่านไปได้

จิตวิทยา

ลูกตัดขาดพ่อแม่ เกี่ยวกับนิสัยไหม งานวิจัยพบพ่อแม่ที่ "กระตือรือร้น" สูง เสี่ยงถูกลูกตัดขาดมากกว่า

ในครอบครัวที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดอยู่แล้ว พ่อแม่ที่เป็นคนเปิดเผยและกระตือรือร้นสูงมีโอกาสถูกลูกตัดขาดมากกว่า ส่วนลูกที่ใจเปิดกว้างมีโอกาสตัดขาดน้อยกว่า

จิตวิทยา

กินน้ำมันปลาทุกวันนาน 2 ปี ความจำไม่ดีขึ้น งานวิจัยใหม่ไม่หนุนให้ใช้กันอัลไซเมอร์

DHA เดินทางถึงสมองจริงและเพิ่มขึ้น 17% แต่ผลทดสอบความจำและขนาดสมองส่วนความจำไม่ต่างจากกลุ่มที่กินยาหลอก

ล่าสุด

แนวคิด

"นี่ไม่ใช่แค่คอร์ส แต่คือการเดินทาง" ทำไม AI ชอบเขียนแบบนี้ งานวิจัยชี้เป็นวาทศิลป์อายุ 2,000 ปี

ประโยคปฏิเสธแล้วยกระดับที่เจอบ่อยในข้อความจาก AI มีชื่อเรียกมาตั้งแต่ยุคซิเซโร งานวิจัยใหม่พบว่าโมเดลใช้มากเกินในสุนทรพจน์ แต่ใช้น้อยเกินในการตอบคำถามแบบสบาย ๆ

จิตวิทยา

ทำไมคนเราอยากลงโทษ งานวิจัยชนเผ่าในอินโดนีเซียกับคนอเมริกันพบ ใจเราอยากได้ทั้ง "ชดใช้" และ "เข็ดหลาบ"

ทั้งชาวเมนตาไวในป่าฝนอินโดนีเซียและชาวอเมริกันต้องการให้คนผิดคืนของที่เสียหาย แล้วจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อไม่ให้ทำซ้ำ ความโกรธของเราคำนวณสองอย่างนี้พร้อมกัน

แนวคิด

ความเศร้าที่ไม่มีใครตาย ทำไมเลิกกับแฟน เพื่อนหาย หรือพ่อแม่เปลี่ยนไป ถึงเจ็บเหมือนสูญเสีย

นักปรัชญาจากมหาวิทยาลัยออสโลเสนอว่า ความโศกคือ "ความรักที่ไม่มีที่ไป" และความตายเป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุของมัน

ปรัชญา

ต้นไม้ไร้ประโยชน์ของจวงจื่อ นิทาน 2,300 ปีที่ถามคนทำงานยุคนี้ว่า ต้องมีประโยชน์ตลอดเวลาจริงหรือ

ช่างไม้เดินผ่านต้นไม้ยักษ์ไปโดยไม่เหลียวมอง เพราะเนื้อไม้ใช้ทำอะไรไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่มันรอดมาจนแก่เฒ่า

จิตวิทยา

ทัวร์ลงเพราะอะไร งานวิจัยเกาหลีพบ "ความสะใจ" กับ "อยากดูเป็นคนดี" อยู่เบื้องหลังการล่าแม่มดออนไลน์

ยิ่งรู้สึกสะใจเวลาเห็นคนผิดถูกประจาน ยิ่งเชื่อว่าการรุมประณามในโซเชียลช่วยสร้างความยุติธรรม