แทงบอลถี่ ยิ่งมั่นใจเกินจริง งานวิจัยอธิบาย "วงจรอันตราย" ของการพนันกีฬาในแอป และทำไมคนโทษตัวเองถึงไม่ขอความช่วยเหลือ
การเดิมพันถี่ ๆ ในแอปปลุกความอยากเอาชนะ แล้วความอยากชนะทำให้มั่นใจในฝีมือทายผลเกินจริง เมื่อเสียหนัก คนที่โทษดวงกลับยอมขอความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โทษตัวเอง
สรุปสั้น
- ทีมวิจัยจากมาเลเซียและบราซิลทำการศึกษา 5 ชิ้นกับผู้ร่วมวิจัยรวมกว่า 600 คน ส่วนใหญ่ใช้แอปพนันจำลอง
- การเดิมพันถี่ขึ้นทำให้อยากแข่งขันเอาชนะคนอื่น และมั่นใจในฝีมือทายผลเกินจริง ซึ่งสัมพันธ์กับปัญหาการพนันที่รุนแรงขึ้น
- เมื่อเสียเงินก้อนใหญ่ คนที่มองว่าเป็นเพราะดวงหรือสถานการณ์ อยากขอความช่วยเหลือมากขึ้นชัดเจน แต่คนที่โทษตัวเองกลับไม่ขยับ
การพนันกีฬาเปลี่ยนจากกิจกรรมนาน ๆ ครั้งมาเป็นสิ่งที่อยู่ในมือถือตลอดเวลา งานวิจัยใหม่ใน Psychology & Marketing เสนอว่า ยิ่งเดิมพันถี่ คนยิ่งอยากเอาชนะและมั่นใจในฝีมือตัวเองเกินจริง ซึ่งพาไปสู่ปัญหาการพนัน และพบอีกว่า คนที่เสียหนักแล้วโทษตัวเอง มักไม่ขอความช่วยเหลือ เพราะความอาย
จากแฟนบอลสู่วงจรอันตราย
เวง มาร์ก ลิม (Weng Marc Lim) จาก Sunway University ในมาเลเซีย และวากเนอร์ จูเนียร์ ลาเดรา (Wagner Junior Ladeira) จาก ESPM ในบราซิล อยากเข้าใจว่าอะไรผลักแฟนกีฬาที่แทงเล่น ๆ ให้กลายเป็นคนที่มีปัญหา พวกเขาสังเกตว่าแอปพนันสมัยใหม่มีราคาต่อรองเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ และให้แทงเหตุการณ์สั้น ๆ ระหว่างเกมได้ เช่น ใครจะได้เตะมุมถัดไป การพนันจึงแทรกเข้าไปในการดูกีฬาทุกนาที
ทีมวิจัยเสนอลำดับที่เรียกว่า วงจรอันตรายของการพนันกีฬา (sports betting harm spiral) คือ เดิมพันถี่ → อยากแข่งขันเอาชนะ → มั่นใจเกินจริง → ปัญหาการพนัน
ห้าการศึกษา ห้ามุม
การศึกษาที่ 1 ผู้ร่วมวิจัย 101 คนเล่นแอปพนันบาสเกตบอลจำลอง กลุ่มหนึ่งแทงย่อยได้ 2 ครั้ง อีกกลุ่มได้ 8 ครั้ง กลุ่มที่แทงถี่มีคะแนนปัญหาการพนันสูงกว่า ผ่านความรู้สึกอยากเอาชนะคนอื่นและพิสูจน์ฝีมือ
การศึกษาที่ 2 ผู้ร่วมวิจัย 77 คนดูหน้าจอแอปจำลองที่มีกระเป๋าเงินดิจิทัล การแทงถี่ทำให้เกิด อคติมั่นใจเกินเหตุ (overconfidence bias) คือประเมินฝีมือทายผลตัวเองสูง และมองข้ามบทบาทของโชค
การศึกษาที่ 3 สำรวจคนแทงจริง 173 คนและให้ทายผลบอลนานาชาติ ผลสนับสนุนวงจรบางส่วน การแทงถี่สัมพันธ์กับความอยากชนะ ซึ่งสัมพันธ์กับความมั่นใจเกินและปัญหาการพนัน แต่เส้นทางเต็มทั้งสายไม่มีนัยสำคัญ
การศึกษาที่ 4 ผู้ร่วมวิจัย 127 คนเจอสถานการณ์เสียเงิน 10% หรือ 90% ของยอดในบัญชีจำลอง การเสียหนักทำให้อยากขอความช่วยเหลือมากขึ้น โดยเฉพาะในคนที่แทงถี่
การศึกษาที่ 5 ผู้ร่วมวิจัย 141 คนถูกชวนให้มองการเสียว่าเกิดจาก ตัวเอง (วิเคราะห์ผิด ตัดสินใจพลาด) หรือจาก ภายนอก (ดวงไม่ดี เหตุการณ์ไม่คาดฝัน) ผลคือเมื่อเสียหนักและโทษปัจจัยภายนอก ความตั้งใจขอความช่วยเหลือพุ่งขึ้น แต่เมื่อโทษตัวเอง ความตั้งใจแทบไม่เปลี่ยน ผู้วิจัยอธิบายว่าการโทษตัวเองกระตุ้นความอายและความอยากปิดบัง ซึ่งปิดประตูการขอความช่วยเหลือในจังหวะที่จำเป็นที่สุด
ข้อเสนอต่อผู้ออกแบบแอปและผู้กำหนดนโยบาย
ผู้วิจัยเสนอว่าฟีเจอร์ที่ทำให้การพนันเป็นการแข่งกับคนอื่น เช่น กระดานจัดอันดับและเหรียญรางวัล อาจเติมเชื้อให้ปัญหา ควรเปลี่ยนเป็นการแจ้งพฤติกรรมการเดิมพันของแต่ละคน ส่วนแคมเปญสาธารณสุขอาจช่วยให้คนมองการเสียว่าเป็นผลของการออกแบบแอป ไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนตัว เพื่อลดความอายที่ขวางการขอความช่วยเหลือ
ข้อจำกัดที่ควรรู้
- ส่วนใหญ่ใช้แอปจำลองและถามความตั้งใจ ไม่ได้ดูพฤติกรรมจริงหรือการเสียเงินจริง
- ผู้ร่วมวิจัยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้ใหญ่ที่มีภาระการเงินต่างกันอาจตอบสนองไม่เหมือนกัน
- การศึกษาภาคสำรวจเป็นข้อมูลที่รายงานเอง จึงยืนยันเหตุและผลไม่ได้
มองจากสังคมไทย
ในไทย การพนันฟุตบอลออนไลน์ผิดกฎหมาย แต่ก็มีให้เห็นทั่วไปผ่านเว็บและแอปต่างประเทศ ฤดูกาลฟุตบอลใหญ่แต่ละครั้งมักมีข่าวคนเป็นหนี้จากการแทงบอล งานนี้ไม่ได้ศึกษาคนไทย แต่บทเรียนเรื่องความอายใช้ได้ทั่วไป คำพูดอย่าง "โง่เองที่ไปเล่น" อาจทำให้คนที่กำลังจมไม่กล้าบอกใคร
ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวรู้สึกว่าการพนันเริ่มควบคุมไม่ได้ ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
บทความนี้สรุปงานวิจัยเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีอาการหรือความกังวลเรื่องสุขภาพ ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หากรู้สึกไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา
- PsyPost: The science behind the sports betting harm spiral (6 พ.ย. 2026)
- Ladeira, W. J., Lim, W. M., Rasul, T., Santini, F. de O., Shaheen, M. & Zeba, F. Driven to Win, Destined to Lose? A Process Model of How Sports Betting Escalates Into Gambling Harm and Shapes Help-Seeking. Psychology & Marketing